มีบทความที่อ่านแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์
ในการให้กำลังใจผู้อื่น
ทั้งที่บ้านที่ทำงานและในสังคมทั่วไป
คลิกเข้าไปอ่านดีกว่านะ
ที่เว็บ http://gotoknow.org/blog/nurqakm/58608
เว็บ http://www.narisa.com/forums/index.php?showtopic=4629
และ เว็บhttp://www.foralljob.com/job/jobknowdetail.php?id=43
ขอขอบคุณผู้ขียนและเว็บดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง
วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2551
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551
อยากให้คนทั้งโลกนี้มีความสุข
อยากให้คนทั้งโลกนี้มีความสุข
ไม่มีทุกข์ไม่มีโศกโลกไม่เศร้า
หันหน้าเข้าหากันเพื่อบรรเทา
ไม่ถือเขาไม่ถือเราไม่ถือตัว
จบดื้อ ๆ อย่างนี้แหละ
แหม! อยากให้มีคนมาแต่งต่อจริง ๆ
ไม่มีทุกข์ไม่มีโศกโลกไม่เศร้า
หันหน้าเข้าหากันเพื่อบรรเทา
ไม่ถือเขาไม่ถือเราไม่ถือตัว
จบดื้อ ๆ อย่างนี้แหละ
แหม! อยากให้มีคนมาแต่งต่อจริง ๆ
วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551
เพลงใครหนอ
เนื้อเพลง ใครหนอ >>
ขับร้องโดย Spicy Kids
น่ารักน่าฟังมาก ๆ
ใครหนอรักเราเท่าชีวี ใครหนอปรานีไม่มีเสื่อมคลาย
ใครหนอรักเราใช่เพียงรูปกาย รักเขาไม่หน่ายไม่คิดทำลายใครหนอ
ใครหนอรักเราเท่าทรวงใน ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา
ใครหนอรักเราดังดวงแก้วตา รักเขากว้างกว่าพื้นพสุธานภากาศ
จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ
ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอ รู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ
จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ
ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอ รู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ
และฟังเพลงที่ http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=17564&clk=2008081222
(แบบนี้ง่ายดีนะ เปิดปุ๊บได้ยินเพลงปั๊บเลย)
ขอขอบคุณผู้ประพันธ์เนื้อเพลงผู้ขับร้องและเว็บดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง
ขับร้องโดย Spicy Kids
น่ารักน่าฟังมาก ๆ
ใครหนอรักเราเท่าชีวี ใครหนอปรานีไม่มีเสื่อมคลาย
ใครหนอรักเราใช่เพียงรูปกาย รักเขาไม่หน่ายไม่คิดทำลายใครหนอ
ใครหนอรักเราเท่าทรวงใน ใครหนอเอาใจปลอบเราเรื่อยมา
ใครหนอรักเราดังดวงแก้วตา รักเขากว้างกว่าพื้นพสุธานภากาศ
จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ
ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอ รู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ
จะเอาโลกมาทำปากกา แล้วเอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทรแทนหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ
ใครหนอรักเราเท่าชีวัน ใครหนอใครกันให้เราขี่คอ
ใครหนอชักชวนดูหนังสี่จอ รู้แล้วละก็อย่ามัวรั้งรอทดแทนบุญคุณ
และฟังเพลงที่ http://radio.sanook.com/radio/player7/?songID=17564&clk=2008081222
(แบบนี้ง่ายดีนะ เปิดปุ๊บได้ยินเพลงปั๊บเลย)
ขอขอบคุณผู้ประพันธ์เนื้อเพลงผู้ขับร้องและเว็บดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างยิ่ง
วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
คำพิพากษา...จาก "เข็มทิศชีวิต"
เมื่อวานได้อ่านหนังสือ " เข็มทิศชีวิต" ของ "คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง"
รู้สกดีทุกเรื่อง อยากขออนุญาตคัดบางส่วนของเรื่องนี้มาให้อ่าน
........................คำพิพากษา.........................
เราตัดสินคนอื่นตลอดเวลา ลองนึกทบทวนดูเวลาที่มีใครมีความเห็น
ตีค่าความคิด วัดจิตสำนึกของเรา เราจะไม่ชอบเลย
ที่เขาเอากรอบความคิดของเขา เอาประสบการณ์ส่วนตัวของเขา
มาเป็นบรรทัดฐานในการตีค่า ว่าเราเป็นอย่างไร
แล้วพูดบอกเหมือนติดป้ายให้เราตามความคิดของเขา
เราก็ไม่ชอบ
คนอื่นก็เหมือนกัน
ไม่มีใครอยากถูกตัดสินตีค่าตลอดเวลา
เราไม่มีทางรู้จักใครจนสามารถประเมินคุณค่าของใครได้อย่างแท้จริง
เพราะเราไม่ได้นั่งอยู่ในใจของเขา
คนแต่ละคนมีเหตุผลในการทำ พูด คิดของตัวเอง
ตามประสบการณ์ ตามแรงผลักในใจและสถานการณ์ที่เขาเผชิญ
.......................................................................................
เมื่อเราเข้าใจเห็นธรรมชาติที่ร้ายกาจ น่าเกลียดของตัวเอง
เราก็จะเข้าใจเวลาที่คนอื่นเป็นเหมือนเรา
ถ้าความรู้สึกนึกคิด และคำพูดของเราไม่ได้มีน้ำหนัก
ไม่ได้เป็นแก่นสารที่คงทน
เป็นสิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นแล้วก็หายไป
คำพูด คำวิจารณ์ของคนอื่น
ที่สักแต่เป็นคลื่นเสียงลอยอยู่ในอากาศเพียงครู่เดียวก็หายไป
ก็ไม่น่าจะทำร้าย ไม่เป็นก้อนหินหนักให้ใจเราแบกเหมือนกัน
...................................................................................
รู้สกดีทุกเรื่อง อยากขออนุญาตคัดบางส่วนของเรื่องนี้มาให้อ่าน
........................คำพิพากษา.........................
เราตัดสินคนอื่นตลอดเวลา ลองนึกทบทวนดูเวลาที่มีใครมีความเห็น
ตีค่าความคิด วัดจิตสำนึกของเรา เราจะไม่ชอบเลย
ที่เขาเอากรอบความคิดของเขา เอาประสบการณ์ส่วนตัวของเขา
มาเป็นบรรทัดฐานในการตีค่า ว่าเราเป็นอย่างไร
แล้วพูดบอกเหมือนติดป้ายให้เราตามความคิดของเขา
เราก็ไม่ชอบ
คนอื่นก็เหมือนกัน
ไม่มีใครอยากถูกตัดสินตีค่าตลอดเวลา
เราไม่มีทางรู้จักใครจนสามารถประเมินคุณค่าของใครได้อย่างแท้จริง
เพราะเราไม่ได้นั่งอยู่ในใจของเขา
คนแต่ละคนมีเหตุผลในการทำ พูด คิดของตัวเอง
ตามประสบการณ์ ตามแรงผลักในใจและสถานการณ์ที่เขาเผชิญ
.......................................................................................
เมื่อเราเข้าใจเห็นธรรมชาติที่ร้ายกาจ น่าเกลียดของตัวเอง
เราก็จะเข้าใจเวลาที่คนอื่นเป็นเหมือนเรา
ถ้าความรู้สึกนึกคิด และคำพูดของเราไม่ได้มีน้ำหนัก
ไม่ได้เป็นแก่นสารที่คงทน
เป็นสิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นแล้วก็หายไป
คำพูด คำวิจารณ์ของคนอื่น
ที่สักแต่เป็นคลื่นเสียงลอยอยู่ในอากาศเพียงครู่เดียวก็หายไป
ก็ไม่น่าจะทำร้าย ไม่เป็นก้อนหินหนักให้ใจเราแบกเหมือนกัน
...................................................................................
วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ใครดีก็ดีตอบ
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายก็ร้ายแสน
ให้เหมือนแม้นที่ทำมา
ใครเคยได้ยินบ้าง
แล้วใครเป็นอย่างนี้บ้าง
เดิมข้าพเจ้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ
แต่ปัจจุบันทำใจได้ระดับหนึ่งแล้ว
เราพยายามเปลี่ยนตัวเราใหม่
ให้เป็นอย่างนี้
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายไม่ร้ายแสน
ดีตอบแทนที่ทำมา
พยายาม...นะ...พยายาม
ยังไม่เป็นอย่างนี้เต็มรูปแบบสักเท่าไรหรอก
เพื่อใครล่ะ
ก็เพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ
ของข้าพเจ้าเองนี่แหละ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราคิดร้ายกับใคร
คนที่ร้อนอกร้อนใจที่สุดคือใคร
เรา...หรือ...เขาคนที่ร้ายกับเรา
ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเราเองนี่แหละ
และเราจะเห็นว่าคนที่ถูกเราคิดร้ายตอบ
หรือกระทำร้ายด้วยวาจาและการกระทำ
บางคนก็อยู่ดีมีสุขไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร
ยิ่งทำให้เราเครียดหนักขึ้นไปอีก
แล้วเราจะไปโต้ตอบหรือคิดร้ายตอบเพื่ออะไร
เสียเวลาเปล่า ๆ
เอาเวลามาทำอะไรดี ๆ ดีกว่า
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายก็ร้ายแสน
ให้เหมือนแม้นที่ทำมา
ใครเคยได้ยินบ้าง
แล้วใครเป็นอย่างนี้บ้าง
เดิมข้าพเจ้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ
แต่ปัจจุบันทำใจได้ระดับหนึ่งแล้ว
เราพยายามเปลี่ยนตัวเราใหม่
ให้เป็นอย่างนี้
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายไม่ร้ายแสน
ดีตอบแทนที่ทำมา
พยายาม...นะ...พยายาม
ยังไม่เป็นอย่างนี้เต็มรูปแบบสักเท่าไรหรอก
เพื่อใครล่ะ
ก็เพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ
ของข้าพเจ้าเองนี่แหละ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราคิดร้ายกับใคร
คนที่ร้อนอกร้อนใจที่สุดคือใคร
เรา...หรือ...เขาคนที่ร้ายกับเรา
ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเราเองนี่แหละ
และเราจะเห็นว่าคนที่ถูกเราคิดร้ายตอบ
หรือกระทำร้ายด้วยวาจาและการกระทำ
บางคนก็อยู่ดีมีสุขไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร
ยิ่งทำให้เราเครียดหนักขึ้นไปอีก
แล้วเราจะไปโต้ตอบหรือคิดร้ายตอบเพื่ออะไร
เสียเวลาเปล่า ๆ
เอาเวลามาทำอะไรดี ๆ ดีกว่า
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
