เมื่อวานได้อ่านหนังสือ " เข็มทิศชีวิต" ของ "คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง"
รู้สกดีทุกเรื่อง อยากขออนุญาตคัดบางส่วนของเรื่องนี้มาให้อ่าน
........................คำพิพากษา.........................
เราตัดสินคนอื่นตลอดเวลา ลองนึกทบทวนดูเวลาที่มีใครมีความเห็น
ตีค่าความคิด วัดจิตสำนึกของเรา เราจะไม่ชอบเลย
ที่เขาเอากรอบความคิดของเขา เอาประสบการณ์ส่วนตัวของเขา
มาเป็นบรรทัดฐานในการตีค่า ว่าเราเป็นอย่างไร
แล้วพูดบอกเหมือนติดป้ายให้เราตามความคิดของเขา
เราก็ไม่ชอบ
คนอื่นก็เหมือนกัน
ไม่มีใครอยากถูกตัดสินตีค่าตลอดเวลา
เราไม่มีทางรู้จักใครจนสามารถประเมินคุณค่าของใครได้อย่างแท้จริง
เพราะเราไม่ได้นั่งอยู่ในใจของเขา
คนแต่ละคนมีเหตุผลในการทำ พูด คิดของตัวเอง
ตามประสบการณ์ ตามแรงผลักในใจและสถานการณ์ที่เขาเผชิญ
.......................................................................................
เมื่อเราเข้าใจเห็นธรรมชาติที่ร้ายกาจ น่าเกลียดของตัวเอง
เราก็จะเข้าใจเวลาที่คนอื่นเป็นเหมือนเรา
ถ้าความรู้สึกนึกคิด และคำพูดของเราไม่ได้มีน้ำหนัก
ไม่ได้เป็นแก่นสารที่คงทน
เป็นสิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นแล้วก็หายไป
คำพูด คำวิจารณ์ของคนอื่น
ที่สักแต่เป็นคลื่นเสียงลอยอยู่ในอากาศเพียงครู่เดียวก็หายไป
ก็ไม่น่าจะทำร้าย ไม่เป็นก้อนหินหนักให้ใจเราแบกเหมือนกัน
...................................................................................
วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ใครดีก็ดีตอบ
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายก็ร้ายแสน
ให้เหมือนแม้นที่ทำมา
ใครเคยได้ยินบ้าง
แล้วใครเป็นอย่างนี้บ้าง
เดิมข้าพเจ้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ
แต่ปัจจุบันทำใจได้ระดับหนึ่งแล้ว
เราพยายามเปลี่ยนตัวเราใหม่
ให้เป็นอย่างนี้
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายไม่ร้ายแสน
ดีตอบแทนที่ทำมา
พยายาม...นะ...พยายาม
ยังไม่เป็นอย่างนี้เต็มรูปแบบสักเท่าไรหรอก
เพื่อใครล่ะ
ก็เพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ
ของข้าพเจ้าเองนี่แหละ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราคิดร้ายกับใคร
คนที่ร้อนอกร้อนใจที่สุดคือใคร
เรา...หรือ...เขาคนที่ร้ายกับเรา
ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเราเองนี่แหละ
และเราจะเห็นว่าคนที่ถูกเราคิดร้ายตอบ
หรือกระทำร้ายด้วยวาจาและการกระทำ
บางคนก็อยู่ดีมีสุขไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร
ยิ่งทำให้เราเครียดหนักขึ้นไปอีก
แล้วเราจะไปโต้ตอบหรือคิดร้ายตอบเพื่ออะไร
เสียเวลาเปล่า ๆ
เอาเวลามาทำอะไรดี ๆ ดีกว่า
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายก็ร้ายแสน
ให้เหมือนแม้นที่ทำมา
ใครเคยได้ยินบ้าง
แล้วใครเป็นอย่างนี้บ้าง
เดิมข้าพเจ้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ
แต่ปัจจุบันทำใจได้ระดับหนึ่งแล้ว
เราพยายามเปลี่ยนตัวเราใหม่
ให้เป็นอย่างนี้
ใครดีก็ดีตอบ
ใครชอบก็ตอบแทน
ใครร้ายไม่ร้ายแสน
ดีตอบแทนที่ทำมา
พยายาม...นะ...พยายาม
ยังไม่เป็นอย่างนี้เต็มรูปแบบสักเท่าไรหรอก
เพื่อใครล่ะ
ก็เพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ
ของข้าพเจ้าเองนี่แหละ
เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราคิดร้ายกับใคร
คนที่ร้อนอกร้อนใจที่สุดคือใคร
เรา...หรือ...เขาคนที่ร้ายกับเรา
ส่วนใหญ่จะเป็นตัวเราเองนี่แหละ
และเราจะเห็นว่าคนที่ถูกเราคิดร้ายตอบ
หรือกระทำร้ายด้วยวาจาและการกระทำ
บางคนก็อยู่ดีมีสุขไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร
ยิ่งทำให้เราเครียดหนักขึ้นไปอีก
แล้วเราจะไปโต้ตอบหรือคิดร้ายตอบเพื่ออะไร
เสียเวลาเปล่า ๆ
เอาเวลามาทำอะไรดี ๆ ดีกว่า
วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2551
วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551
คิดดี...ชีวิตดี
มีผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตท่านบอกว่า
ถ้าความคิดเปลี่ยนชีวิตจะเปลี่ยน
ถ้าคิดบวกคิดดีชีวิตเราก็จะเป็นไปในทางที่ดี
ถ้าคิดลบคิดไม่ดีชีวิตเราก็จะเป็นไปอย่างที่เราคิด
เพราะความคิดที่ย้ำคิดอยู่เสมอจะอยู่ในจิตใต้สำนึก
ทำให้เราฝังใจว่าเราจะต้องเป็นอย่างที่เราคิด
..............................
แล้วเราอยากมีชีวิตอย่างไรล่ะ
ถามเอง..ตอบเองได้...อยู่แล้ว
ถ้าความคิดเปลี่ยนชีวิตจะเปลี่ยน
ถ้าคิดบวกคิดดีชีวิตเราก็จะเป็นไปในทางที่ดี
ถ้าคิดลบคิดไม่ดีชีวิตเราก็จะเป็นไปอย่างที่เราคิด
เพราะความคิดที่ย้ำคิดอยู่เสมอจะอยู่ในจิตใต้สำนึก
ทำให้เราฝังใจว่าเราจะต้องเป็นอย่างที่เราคิด
..............................
แล้วเราอยากมีชีวิตอย่างไรล่ะ
ถามเอง..ตอบเองได้...อยู่แล้ว
วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
เธอผู้เป็นชีวิตจิตใจของฉัน

สวัสดีวันแห่งความรัก
ขอมอบเพลงเก่าเพราะ ๆ ความหมายดี ๆ สำหรับผู้ที่แวะมาเยี่ยมเยียน
You mean ev”rything to me
ร้องโดย Neil Sedaka
You are the answer to my lonely prayer
You are an angle from above
I was so lonely till you came to me
With the wonder of your love
I don”t know how I ever lived before
You are my life ,my destiny
Oh my darling I love you so
You mean everything to me
If you should ever,ever go away
There would be lonely tears to cry
The sun above would never shine again
There would be teardrops in the sky
*So hold me close and never let me go
And say our love will always be
Oh my darling. I love you so
You mean everything to me
ฉันรู้สึกว่า ความอ้างว้าง...ว้าเหว่...ที่ครอบคลุมจิตใจฉันมาเป็นเวลานาน
ได้สลายไปจนหมดสิ้นแล้วนับตั้งแต่ฉันได้พบเธอ
เธอซึ่งเปรียบเสมือนผู้ที่สวรรค์บันดาลให้จุติมาสำหรับฉันคนเดียวเท่านั้น
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าฉันเคยมีชีวิตได้อย่างไรโดยปราศจากเธอ
เธอเป็นทั้งชีวิตและจิตใจของฉัน เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันปรารถนา
โดย "คุณชลธิชา ดารากร"
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
คนหัวใจเข้มแข็ง
ระยะนี้ได้พบปะพูดคุยกับคนหลายคน ทั้งคนที่หัวใจอ่อนแอและคนที่มีหัวใจเข้มแข็งซึ่งในชีวิตประสบทุกข์มากมายแต่สามารถเผชิญเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตได้ด้วยการมีสติปัญญา แล้วเวลาจะทำให้เหตุการณ์ร้าย ๆ นี้ผ่านไปเอง คนที่ผ่านจุดนี้ได้ถือว่าเป็นผู้อดทนมีหัวใจเข้มแข็ง ส่วนคนอ่อนแอก็จะตรงกันข้าม เกิดเหตุการณ์อะไรก็รู้สึกว่าทนไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเป็นคนไม่มีค่าเสมอ ซึ่งวันนี้เรามาดูกันว่าคนที่มีหัวใจเข้มแข็งจะมีลักษณะใดบ้าง
1. ไม่รู้จักบ่นหรือร้องทุกข์ คนหัวใจเข้มแข็งจะมีลักษณะทรหดอดทน อดทนต่อการทำงานที่ยากลำบาก อดทนต่อวิถีชีวิตที่ยุ่งยาก ความอดทนเป็นก้าวแรกของคนที่มีหัวใจเข้มแข็ง
2. ไม่ต้องการทราบว่า คนอื่นจะคิดเห็นว่าตัวเป็นอย่างไร คนหัวใจเข้มแข็งจะไม่แคร์ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ ไม่แคร์ต่อความรู้สึกของผู้อื่น ไม่เป็นคนหูเบาสิ่งใดที่เขาเห็นว่าถูกต้องคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เขาจะกล้าลงมือทำและฟันฝ่าอุปสรรค ทำไปจนสำเร็จ
3. ไม่บอกความลับของตนให้แก่ใคร และไม่ต้องการรู้ความลับของคนอื่น เป็นสิ่งแปลกอยู่อย่างถ้าใครรู้ความลับของใครแล้วมักเก็บงำไว้ได้ยาก อยากจะเล่าให้คนอื่นฟัง ฉะนั้น การจะฝึกตนให้เป็นคนมีหัวใจเข้มแข็งจะต้องฝึกหัดเก็บความลับให้ได้ นอกจากนี้ จะต้องไม่สอดส่ายสายตาอยากรู้ความลับของคนอื่น สนใจแต่จะปรับปรุงตนเอง คนหัวใจเข้มแข็งจะไม่เป็นคนนินทาคนอื่นลับหลัง
4. ไม่คิดว่า ตัวเองเป็นคนเคราะห์ร้าย คนหัวใจเข้มแข็งจะสามารถนำเอาเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ มาทำประโยชน์ให้แก่ตนเองทั้งสิ้น จะต้องเป็นคนมองโลกในแง่ดี ถ้าทำสิ่งใดผิดพลาดลงไป ก็ไม่มัวเสียใจ แต่จะถือว่าข้อผิดพลาดทุกครั้งเป็นบทเรียนที่จะไม่ทำผิดต่อไป กล่าวกันว่า เคราะห์ร้ายก็เหมือนคนร้าย คือ ถ้ามันรู้ว่าเราไม่ยอมแพ้ มันก็ไม่กล้าทำร้ายเรา แต่ถ้าใครยิ่งอ่อนแอ มันจะยิ่งซ้ำเติม
5. มีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา คนหัวใจเข้มแข็งเป็นคนที่ทำอะไรไม่เหม่อลอยหรือประมาทเผลอไผล จะทำด้วยความหนักแน่นอย่างมีจุดหมาย ไม่หลุกหลิก คนที่มีสติในการกระทำทุกอย่างตลอดเวลา เรียกได้ว่า เป็นคนที่มีหัวใจเข้มแข็ง
ที่มา หนังสือ การพัฒนาตนเอง สมิต อาชวนิจกุล เขียน
1. ไม่รู้จักบ่นหรือร้องทุกข์ คนหัวใจเข้มแข็งจะมีลักษณะทรหดอดทน อดทนต่อการทำงานที่ยากลำบาก อดทนต่อวิถีชีวิตที่ยุ่งยาก ความอดทนเป็นก้าวแรกของคนที่มีหัวใจเข้มแข็ง
2. ไม่ต้องการทราบว่า คนอื่นจะคิดเห็นว่าตัวเป็นอย่างไร คนหัวใจเข้มแข็งจะไม่แคร์ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ ไม่แคร์ต่อความรู้สึกของผู้อื่น ไม่เป็นคนหูเบาสิ่งใดที่เขาเห็นว่าถูกต้องคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีแล้ว เขาจะกล้าลงมือทำและฟันฝ่าอุปสรรค ทำไปจนสำเร็จ
3. ไม่บอกความลับของตนให้แก่ใคร และไม่ต้องการรู้ความลับของคนอื่น เป็นสิ่งแปลกอยู่อย่างถ้าใครรู้ความลับของใครแล้วมักเก็บงำไว้ได้ยาก อยากจะเล่าให้คนอื่นฟัง ฉะนั้น การจะฝึกตนให้เป็นคนมีหัวใจเข้มแข็งจะต้องฝึกหัดเก็บความลับให้ได้ นอกจากนี้ จะต้องไม่สอดส่ายสายตาอยากรู้ความลับของคนอื่น สนใจแต่จะปรับปรุงตนเอง คนหัวใจเข้มแข็งจะไม่เป็นคนนินทาคนอื่นลับหลัง
4. ไม่คิดว่า ตัวเองเป็นคนเคราะห์ร้าย คนหัวใจเข้มแข็งจะสามารถนำเอาเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ มาทำประโยชน์ให้แก่ตนเองทั้งสิ้น จะต้องเป็นคนมองโลกในแง่ดี ถ้าทำสิ่งใดผิดพลาดลงไป ก็ไม่มัวเสียใจ แต่จะถือว่าข้อผิดพลาดทุกครั้งเป็นบทเรียนที่จะไม่ทำผิดต่อไป กล่าวกันว่า เคราะห์ร้ายก็เหมือนคนร้าย คือ ถ้ามันรู้ว่าเราไม่ยอมแพ้ มันก็ไม่กล้าทำร้ายเรา แต่ถ้าใครยิ่งอ่อนแอ มันจะยิ่งซ้ำเติม
5. มีสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา คนหัวใจเข้มแข็งเป็นคนที่ทำอะไรไม่เหม่อลอยหรือประมาทเผลอไผล จะทำด้วยความหนักแน่นอย่างมีจุดหมาย ไม่หลุกหลิก คนที่มีสติในการกระทำทุกอย่างตลอดเวลา เรียกได้ว่า เป็นคนที่มีหัวใจเข้มแข็ง
ที่มา หนังสือ การพัฒนาตนเอง สมิต อาชวนิจกุล เขียน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
